วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

สำหรับสาระใกล้ตัว วันนี้ ดิฉันจะนำความรู้เกี่ยวกับ  ภาวะโลกร้อน (global warming)




         ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากผลของภาวะเรือนกระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Greenhouse Effect โดยภาวะโลกร้อน ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ, การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

         นอกจากนั้นมนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน (CFC) เข้าไปอีกด้วยพร้อมๆ กับการที่เราตัดและทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกในการดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆ ที่เราได้กระทำต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
          ปรากฏการณ์ทั้งหลายเกิดจากภาวะโลกร้อนขึ้นที่มีมูลเหตุมาจากการปล่อยก๊าซพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นที่รู้จักกันโดยเรียกว่า สภาวะเรือนกระจก

         พลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีทั้งรังสีคลื่นสั้นและคลื่นยาว บรรยากาศของโลกทำหน้าที่ปกป้องรังสีคลื่นสั้นไม่ให้ลงมาทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกได้ โมเลกุลของก๊าซไนโตรเจนและออกซิเจนในบรรยากาศชั้นบนสุดจะดูดกลืนรังสีแกมมาและรังสีเอ็กซ์จนทำให้อะตอมของก๊าซในบรรยากาศชั้นบนมีอุณหภูมิสูง และแตกตัวเป็นประจุ (บางครั้งเราเรียกชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยประจุนี้ว่า "ไอโอโนสเฟียร์" มีประโยชน์ในการสะท้อนคลื่นวิทยุสำหรับการสื่อสาร) รังสีอุลตราไวโอเล็ตสามารถส่องผ่านบรรยากาศชั้นบนลงมา แต่ถูกดูดกลืนโดยก๊าซโอโซนในชั้นสตราโตสเฟียร์ที่ระยะสูงประมาณ 19 - 48 กิโลเมตร แสงแดดหรือแสงที่ตามองเห็นสามารถส่องลงมาถึงพื้นโลก รังสีอินฟราเรดถูกดูดกลืนโดยก๊าซเรือนกระจก เช่น ไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นโทรโปสเฟียร์ ส่วนคลื่นไมโครเวฟและคลื่นวิทยุในบางความถี่สามารถส่องทะลุชั้นบรรยากาศได้





          สำหรับ บรรยากาศของโลกประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิเจน 21% ก๊าซอาร์กอน 0.9% นอกนั้นเป็นไอน้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนเล็กน้อย แม้ว่าไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอนจะเป็นองค์ประกอบหลักของบรรยากาศ แต่ก็มิได้มีอิทธิพลต่ออุณหภูมิของโลก ในทางตรงกันข้ามก๊าซโมเลกุลใหญ่ เช่น ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน แม้จะมีอยู่ในบรรยากาศเพียงเล็กน้อย กลับมีความสามารถในการดูดกลืนรังสีอินฟราเรด และมีอิทธิพลทำให้อุณหภูมิของโลกอบอุ่น เราเรียกก๊าซพวกนี้ว่า "ก๊าซเรือนกระจก" (Greenhouse gas) เนื่องจากคุณสมบัติในการเก็บกักความร้อน หากปราศจากก๊าซเรือนกระจกแล้ว พื้นผิวโลกจะมีอุณหภูมิเพียง -18 องศาเซลเซียส ซึ่งนั่นก็หมายความว่าน้ำทั้งหมดบนโลกนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง

ที่มา : www.panyathai.or.th/wiki/index.php






ทักทายค่ะ ^^ ชื่อจินต์ค่ะ คณะการบัญชีและการจัดการ

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

โลกจิ๋วๆ แบบ 3D ระดับนาโน


       ตอนนี้โลกของนาโน เทคโนโลยีไปไกลถึงขั้นผลิตวัตถุ 3 มิติขนาดจิ๋ว และยังใช้เวลาผลิตเพียง 4 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือบางทีก็นานเป็นวัน ผลงานการพัฒนาเครื่องพรินต์เลเซอร์ 3 มิติของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในเวียนนา
      
       นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนา (Vienna University of Technology) ออสเตรีย ได้สร้างบันทึกหน้าใหม่ให้แก่การสร้างวัตถุ 3 มิติระดับนาโนด้วยเทคนิคการพิมพ์ ซึ่งรอยเตอร์รายงานว่า ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยได้ใช้เวลาเพียง 4 นาที สร้างวัตถุขนาดเท่าเม็ดทราย ซึ่งก่อนหน้านี้ ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง หรืออาจนานเป็นวัน หากแต่เครื่องพรินต์เลเซอร์ 3 มิติที่นักวิทยาศาสตร์พัฒนาขึ้นนี้สามารถทำความเร็วเพิ่มขึ้น 500 เท่า หรือบางครั้งอาจเร็วขึ้นถึง 1,000 เท่า
      
       กระบวนการที่ทีมวิจัยใช้นั้นเป็นเทคนิคการพิมพ์ลิโธกราฟีแบบสองโฟตอน (two-photon lithography) ซึ่งรวมถึงการยิงลำแสงเลเซอร์ให้ยางเรซิ่นเหลวที่แข็งตัว เพื่อสร้างวัตถุโพลิเมอร์แข็งขนาดจิ๋ว และนักวิทยาศาสตร์ยังบอกด้วยว่ายังนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กับการผลิตชิ้น ส่วนชีวการแพทย์ขนาดเล็กๆ ให้แพทย์ได้นำไปใช้ได้ และภาพต่อไปนี้ คือ วัตถุจิ๋วนาโนจากเทคนิคการพิมพ์ภาพสามมิติ ซึ่งบันทึกด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
       1.มนุษย์อ้วนจิ๋วๆ ขนาดนาโน
       2.แบบจำลองระดับนาโนของวิหารเซนต์สเตฟาน (St. Stephan's cathedral) ในเวียนนา ออสเตรีย
       3.แบบจำลองระดับนาโนของลอนดอนทาวเวอร์บริดจ์ (London's Tower Bridge)
       4.ด้านท้ายของแบบจำลองระดับนาโนของรถแข่งฟอร์มูลาวัน
       5.แบบจำลองระดับนาโนของสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยเทคนิคเวียนนา (Vienna Technical University)
       6.แบบจำลองระดับนาโนของวอร์มเซอร์เกท (Wormser Gate) ในแฟรงเคินทาล (Frankenthal) เยอรมนี
       7.แบบจำลองระดับนาโนของลอนดอนทาวเวอร์บริดจ์